Showing 181–192 of 287 resultsSorted by latest

Rolex Oyster Perpetual 41 “Tiffany” Turquoise blue dial

Rolex Oyster Perpetual 41 “Tiffany” Turquoise blue dial

Oyster Perpetual จุดเด่นคือเป็นนาฬิกาเรือนแรกของโลกที่สามารถกันน้ำกันฝุ่นได้

Rolex Oyster Perpetual 41 “Tiffany” Turquoise blue dial  

ไม่มีใครที่ไม่รู้จักนาฬิกาหรูแบรนด์ดัง Rolex (โรเล็กซ์) เจ้าของนาฬิการุ่นดังอย่าง Datejust, GMT, Submariner, Daytona ฯลฯ ในส่วนนี้เรามาแะนนำเสนอความ Luxury อย่าง Rolex Oyster เป็นรุ่นแรก ที่ได้ทำการออกแบบตัวเรือนให้ กันน้ำ กันฝุ่น มีคุณสมบัติปกป้องกลไกลการทำงานของนาฬิกาจากน้ำได้ดีที่สุด นับเป็นนวัตกรรมใหม่ที่เกิดขึ้น และสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับประชาชน เมื่อมีการจัดโชว์แสดงสินค้าด้วยการสร้างอควาเรียมและใส่นาฬิกาเข้าไป นับเป็นการแสดงให้เห็นถึงคุณสมบัติในการกันน้ำได้อย่างชัดเจน ทำให้ Rolex นั้นโด่งดังไปทั่วโลก

Rolex ซึ่งเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีการเปิดตัว Rolex Oyster Perpetual Datejust ขั้นสูงในปี 1945 พร้อมกับการครบรอบ 40 ปีของ บริษัท Rolex และ Datejust หนึ่งในรุ่นที่นักสะสมนาฬิกาทั่วโลก Rolex Oyster Perpetual Datejust เป็นรุ่นที่อยากครอบครองเป็นเจ้าของมากที่สุด เป็นนาฬิกาข้อมือกันน้ำที่เที่ยงตรงและเป็นการทำงานแบบไขลานอัตโนมัติเป็นครั้งแรกและมีการแสดงวันที่ในหน้าต่างเล็กๆ ที่ 3 นาฬิกาบนหน้าปัด Datejust นั้นเป็นคุณลักษณะของวันที่อย่างแน่นอน ในโมเดลแรกสุดวันที่จะเริ่มเปลี่ยนก่อนที่จะถึงเที่ยงคืน ในปี 1955
กลไกการเปลี่ยนวันได้รับการปรับให้ใช้งานได้ทันทีและเพิ่ม Cyclops lens ที่ขยายใหญ่ขึ้น

เอกลักษณ์ของ Oyster Perpetual คือ ตัวเรือนที่มีหน้าตาเรียบง่าย หน้าปัดดูสวยงาม ไม่มีฟังก์ชันพิเศษ สีของหน้าปัดมีทั้งสีขาว สีชมพู สีเขียว สีน้ำตาล ขอบวงแหวนรอบหน้าปัดเรียบเนียน สามารถกันน้ำได้ลึกถึง 100 เมตร Oyster Perpetual ถือเป็นโรเล็กซ์คลาสสิกที่มีราคาย่อมเยา

Rolex Daytona rose gold oysterflex pink

Rolex Daytona rose gold oysterflex pink

Oyster Perpetual Yacht-Master ที่ทำจากเอเวอร์โรสโกลด์ 18 กะรัต และมีขอบหน้าปัดสีดำด้านซึ่งทำจากเซรามิคชนิดทนทานพิเศษที่พัฒนาจดสิทธิบัตรโดย Rolex

Rolex Daytona rose gold oysterflex
pink

King of Rolex sport ไม่ได้มาเล่นๆ เป็นอีก1 รุ่นที่เหล่านักสะสมต้องมีไว้ครอบครอง เพราะมองถึงความหรู ความทันสมัย ไม่ว่าจะผู้ชายหรือผู้หยฺงก็เหมาะสวดใส่ได้อย่างดี ต้องบอกก่อนว่า Oysterflex เปิดตัวในครั้งแรกในปี 2015 โดยมาพร้อมกับนาฬิกาสำหรับมืออาชีพรุ่นโดดเด่นที่ได้แรงบันดาลใจมาจากกีฬาทางทะเล อย่าง Oyster Perpetual Yacht-Master ที่ทำจากเอเวอร์โรสโกลด์ 18 กะรัต และมีขอบหน้าปัดสีดำด้านซึ่งทำจากเซรามิคชนิดทนทานพิเศษที่พัฒนาจดสิทธิบัตรโดย Rolex

ysterflex นี้มีความทนทานเทียบเท่ากับสายนาฬิกาแบบโลหะ โดยมีแผ่นไทเทเนียมและแผ่นโลหะนิกเกิลอัลลอยด์ที่มีความยืดหยุ่นสูงแถมออกแบบในความสวยงามที่เป็นลวดรายสายนาฬิกาอีลาสโตเมอร์มีความทนทานสภาวะแวดล้อมเป็นพิเศษ อีกด้วย

Oyster Perpetual Cosmograph Daytona ทำจากเอเวอร์โรสโกลด์ 18 กะรัต มาพร้อมกับสายนาฬิกา Oysterflex ที่มีความสวยงามแบบสปอร์ต ความสบาย และทนทาน ซึ่งได้เพิ่มมิติใหม่ด้านรูปลักษณ์ สร้างความสง่างามที่แตกต่างและการสวมใส่นาฬิกาที่มีระดับได้อย่างชัดเจน

Rolex Daytona full Rose gold pink

Rolex Daytona full Rose gold pink

OYSTER ARCHITECTURE : ตัวเรือนตรงกลาง Monobloc, ด้านหลังตัวเรือนและเม็ดมะยมที่ยึดด้วยสกรู

Rolex Daytona full Rose gold pink

Rolex Daytona full Rose gold pink หากใครที่กำลังมองนาฬิกาที่ ดีไซน์นาฬิกาที่ดูสปอร์ตแต่ยังคงความหรูหราคลาสสิก ต้องไม่พลาดกับ Rolex Daytona ที่พร้อมพร้อมความหรูหราที่ทันสมัย ไม่ว่าจะผู้ชายหรือผู้หญิงก็สามารถสวมใส่ได้อย่างสบาย OYSTER ARCHITECTURE : ตัวเรือนตรงกลาง Monobloc, ด้านหลังตัวเรือนและเม็ดมะยมที่ยึดด้วยสกรู  WINDING CROWN: ระบบกันน้ำ Triplock สามชั้นแบบยึดด้วยสกรู  BRACELET MATERIAL :เอเวอร์โรสโกลด์ 18 กะรัต อีกดเวย

Rolex Daytona โดยตัวเรือนและหน้าปัดเป็นสีโรสโกลด์ บริเวณมาร์กเกอร์ เข็ม รวมถึงสายนาฬิกาทำจากทองคำขาว 18 กะรัต เอเวอร์โรสโกลด์ เปิดตัวครั้งแรกในปี 2005 กะรัตได้ถูกนำมาใช้กับนาฬิกา Rolex ทุกรุ่นในสีพิงค์โกลด์ มีจุดเด่นที่ความเที่ยงตรง ฟังก์ชันการจับเวลา มาตรวัดความเร็ว และขอบหน้าปัดที่วัดระยะทางได้ ประกอบด้วย Parachrom Hairspring ทำให้ทนทานต่อแรงกระแทกและความผันผวนของอุณหภูมิ อีกทั้งยังเก็บพลังงานได้สูงถึง 72 ชั่วโมง

การตกแต่งผิวซันเรย์รังสรรค์แสงสะท้อนอันละเอียดอ่อนบนหลากหลายหน้าปัดในคอลเลกชัน Oyster Perpetual โดยใช้เทคนิคการแปรงพิเศษเฉพาะระดับมืออาชีพในการสร้างร่องที่ปัดออกจากกลางหน้าปัด แสงจะกระจายไปตามการแกะสลักของงานแต่ละชิ้นอย่างสม่ำเสมอ 

Rolex Day-Date 40 Full rose gold

Rolex Day-Date 40 Full rose gold

Day-Date เป็นรุ่นที่เกิดมาเพื่อแสดงถึงความหรูหรา ตัวเรือนจึงทำจากโลหะมีค่าเท่านั้นอย่างทองคำ 18K

Rolex Day-Date 40 Full rose gold

Day-Date นาฬิกาที่เป็นดั่งสัญลักษณ์ของความหรูหราและมั่งคั่งเริ่มขึ้นและดำเนินไปอย่างไรในช่วงเวลา 60 กว่าปีที่ผ่านมา ถือเป็นนาฬิการุ่นแรกที่สามารถบอกได้ทั้งวันที่และวัน ณ ตำแหน่ง 3 และ 12 นาฬิกาตามลำดับ ความพิเศษของเรือธงตระกูลนี้อยู่ที่การมีเครื่องเฉพาะเป็นของตัวเอง เป็นผลจากฟังก์ชั่นที่ไม่เหมือนใคร และมีขนาด 36มม เท่านั้น รูปลักษณ์คล้ายกับ Datejust มากพอสมควร อย่างไรก็ตาม Day-Date เป็นรุ่นที่เกิดมาเพื่อแสดงถึงความหรูหรา ตัวเรือนจึงทำจากโลหะมีค่าเท่านั้นอย่างทองคำ 18K ทั้ง Yellow gold, White gold, Rose gold และ แพลทตินัม

  • Day-Date 40 Ref.228235 Olive Green Dial เป็นรุ่นที่ 3 ของตระกูล Day-Date โดย Rolex ได้ทำการเฉลิมฉลองไปในปี 2016 ด้วยหน้าปัดสีของแบรนด์ซึ่งก็คือสีเขียวแต่ออกไปโทนโอลีฟ ทำจากทองคำขาว 18 กะรัต พร้อมหน้าปัด ขอบหน้าปัดแบบเป็นร่อง และสาย President
  • ขอบหน้าปัดแบบร่องของ Rolex เป็นสัญลักษณ์ของความแตกต่าง แต่เดิมร่องของขอบหน้าปัด Oyster มีขึ้นด้วยวัตถุประสงค์ด้านการใช้งาน โดยทำหน้าที่ยึดขอบหน้าปัดลงบนตัวเรือนเพื่อประกันประสิทธิภาพในการกันน้ำของนาฬิกา พิเศษเฉพาะของ Rolex ในการสกรูลงบนตัวเรือนเพื่อการกันน้ำ แต่เมื่อเวลาผ่านไปการเซาะร่องได้กลายเป็นองค์ประกอบที่มีความงดงาม
  • Rolex สามารถหล่อโกลด์อัลลอย 18 กะรัต คุณภาพสูงสุดได้อย่างเหนือชั้น ตามสัดส่วนของเงิน ทองแดง แพลทินัม หรือพาลาเดียมที่เติมเข้าไป จะได้ทอง 18 กะรัตประเภทต่างๆ เช่น ทองคำ ทองคำขาว และ Everose gold และในชิ้นส่วนทั้งหมดของนาฬิกานั้น การควบคุมความงดงามผ่านการตรวจสอบด้วยสายตามนุษย์คือการรับประกันถึงความงามอันสมบูรณ์แบบ สายนาฬิกา President โลหะมาพร้อมกับข้อต่อสามชิ้นทรงครึ่งวงกลมผลิตขึ้นในปี 1956

Rolex Submariner two tone 41mm “สองกษัตริย์”

ROLEX SUBMARINER

นาฬิกาที่ตอบโจทย์ของนักดำน้ำ โดดเด่นด้วยขอบหน้าปัดแบบหมุนได้และสายนาฬิกา Oyster ข้อต่อแข็ง นาฬิกา Submariner และ Submariner Date

Rolex Submariner two tone 41mm “สองกษัตริย์” 

ROLEX SUBMARINER เป็นนาฬิกาที่ตอบโจทย์ของนักดำน้ำ โดดเด่นด้วยขอบหน้าปัดแบบหมุนได้และสายนาฬิกา Oyster ข้อต่อแข็ง นาฬิกา Submariner และ Submariner Date รุ่นล่าสุดยังคงความงดงามของรุ่นดั้งเดิมที่เปิดตัวในปี 1953 สำหรับการผลิตนาฬิกาแล้ว Submariner แสดงให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญทางประวัติศาสตร์ จุดเด่นที่นักสะสมต้องห้ามพลาดนั้นคือ OSCILLATOR แฮร์สปริง Parachrom สีฟ้าต้านสนามแม่เหล็ก ตัวดูดซับแรงกระแทก Paraflex สมรรถนะสูง , ตัวเรือนตรงกลาง Monobloc, ด้านหลังตัวเรือนและเม็ดมะยมที่ยึดด้วยสกรู WINDING CROWN ระบบกันน้ำ Triplock สามชั้นแบบยึดด้วยสกรู lามารถกันน้ำได้ถึง 300 เมตร

  • Rolex Submariner two tone 41mm “สองกษัตริย์” มีหน้าปัดที่โดดเด่น มีพร้อมความเรียบหรู ขอบหน้าปัดแบบหมุนได้ของ Submariner ถือเป็นฟังก์ชันหลักของนาฬิกา โดยขอบหน้าปัดจะได้รับการสลักขั้นบอกเวลา 60 นาที เพื่อช่วยให้นักดำน้ำสามารถควบคุมเวลาดำน้ำและหยุดปรับแรงดันได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ผลิตโดย Rolex ด้วยเซรามิกที่แข็งแรงทนทานต่อรอยขีดข่วน ขอบหน้าปัด
  • มีหน้าปัดที่โดดเด่น มีพร้อมความเรียบหรู ขอบหน้าปัดแบบหมุนได้ของ Submariner ถือเป็นฟังก์ชันหลักของนาฬิกา โดยขอบหน้าปัดจะได้รับการสลักขั้นบอกเวลา 60 นาที เพื่อช่วยให้นักดำน้ำสามารถควบคุมเวลาดำน้ำและหยุดปรับแรงดันได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ผลิตโดย Rolex ด้วยเซรามิกที่แข็งแรงทนทานต่อรอยขีดข่วน ขอบหน้าปัด
  • การออกแบบหน้าปัดสีดำ ดึงดูดความโดดเด่น Chromalight เป็นนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มการมองเห็นในสภาพแวดล้อมอันมืดมิด ที่ถูกออกแบบมาเพื่อหนักดำน้ำ ซึ่งจะช่วยให้ทำการอ่านเวลาได้ทันที ในขณะที่ดำน้ำอยู่
  • จุดที่สำคัญของการผลิตคงหนีไม่ผล Oystersteel ที่เป็นส่วนหนึ่งของสแตนเลสสตีล 904L ขึ้นเป็นพิเศษ คืออัลลอยที่มีการนำมาใช้งานอย่างกว้างขวางในเทคโนโลยีชั้นสูง รวมถึงอุตสาหกรรมอวกาศ และอุตสาหกรรมเคมี ที่ความทนทานสูงนั้นมีความจำเป็นมากที่สุด

 

ทาง thehorologymovement เป็นตัวแทนจัดจำหน่าย นาฬิกา Rolex มือสอง ทุกเรือนได้ผ่านการตราจสอบยืนยันทางเอกสารว่าเป็นสินค้าแท้ มีประกันทุกเรือน พร้อมกันส่งหรือนัดรับได้ในทุกพื้นที่ใกล้เคียง เราการันตีลูกค้าในมือกว่า 300 รายที่มั่นใจ เลือกซื้อนาฬิกาหรูมือสองกับเรา

Rolex Daytona Ceramic black dial

Rolex Daytona Ceramic black dial

Rolex คงหนีไม่พ้น การพัฒนา Oystersteel ที่เป็นส่วนหนึ่งของสแตนเลสสตีล 904L ขึ้นเป็นพิเศษ คืออัลลอยที่มีการนำมาใช้งานอย่างกว้างขวางในเทคโนโลยีชั้นสูง รวมถึงอุตสาหกรรมอวกาศ

Rolex Daytona Ceramic black dial

Rolex Daytona เปิดตัวในปี 1963 นับเป็นไอคอนของเทคโนโลยีการผลิตนาฬิกามาอย่างช้านาน ทั้งหมดนี้เป็นผลพวงจากชื่อรุ่นที่มาพร้อมกับภาพลักษณ์ของสนามความเร็วชื่อดัง และหน้าปัดกราฟิกอันเป็นเอกลักษณ์ แต่กระนั้น หัวใจสำคัญของโครโนกราฟชั้นเลิศนี้มาจากกลไกการทำงานที่ขับเคลื่อนนาฬิกาไปข้างหน้า กลไกการทำงานนี้ออกแบบและพัฒนาขึ้นโดย Rolex ที่ผลิตขึ้นมา ความโดดเด่นคงไม่พ้นOSCILLATOR
แฮร์สปริง Parachrom สีฟ้าต้านสนามแม่เหล็ก ตัวดูดซับแรงกระแทก Paraflex สมรรถนะสูง พร้อมประสิทธิภาพด้านพลังงานสูงสุด อีกด้วย 

  • หน้าปัด แบบหมุนได้ของ Submariner ถือเป็นฟังก์ชันหลักของนาฬิกา โดยขอบหน้าปัดจะได้รับการสลักขั้นบอกเวลา 60 นาที เพื่อช่วยให้นักดำน้ำสามารถควบคุมเวลาดำน้ำและหยุดปรับแรงดันได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ผลิตโดย Rolex ด้วยเซรามิกที่แข็งแรงทนทานต่อรอยขีดข่วน ไม่ว่าจะอยู่สภาพแวดล้อมแบบไหน หรือมือมิดเพียงใดที่สามารถมองผ่านช่วงเวลาได้อย่างสบาย
  • หน้าปัดสีดำการแสดงผล Chromalight เป็นนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มการมองเห็นในสภาพแวดล้อมอันมืดมิด ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญสำหรับนักดำน้ำ มาพร้อมเข็มแสดงชั่วโมงในรูปทรงที่เรียบง่าย
  • จุดเด่นนของ Rolex คงหนีไม่พ้น การพัฒนา Oystersteel ที่เป็นส่วนหนึ่งของสแตนเลสสตีล 904L ขึ้นเป็นพิเศษ คืออัลลอยที่มีการนำมาใช้งานอย่างกว้างขวางในเทคโนโลยีชั้นสูง รวมถึงอุตสาหกรรมอวกาศ และอุตสาหกรรมเคมี ที่ความทนทานสูงนั้นมีความจำเป็นมากที่สุด

ทาง thehorologymovement เป็นตัวแทนจัดจำหน่าย นาฬิกา Rolex มือสอง ทุกเรือนได้ผ่านการตราจสอบยืนยันทางเอกสารว่าเป็นสินค้าแท้ มีประกันทุกเรือน พร้อมกันส่งหรือนัดรับได้ในทุกพื้นที่ใกล้เคียง เราการันตีลูกค้าในมือกว่า 300 รายที่มั่นใจ เลือกซื้อนาฬิกาหรูมือสองกับเรา

Rolex Submariner Date Ceramic “Hulk”

Rolex Submariner Date Ceramic “Hulk”

Submariner เป็นหนึ่งในตัว ยอดนิยมแล้วมีความต้องการสูงที่สุดของตลาดนาฬิกาทั้งหมด Hulk กลายเป็นตำนาน หลังจากที่ได้เลิกผลิตไปแล้ว

Rolex Submariner Date Ceramic “Hulk”

ROLEX SUBMARINER เป็นนาฬิกาที่ตอบโจทย์ของนักดำน้ำ โดดเด่นด้วยขอบหน้าปัดแบบหมุนได้และสายนาฬิกา Oyster ข้อต่อแข็ง นาฬิกา Submariner และ Submariner Date รุ่นล่าสุดยังคงความงดงามของรุ่นดั้งเดิมที่เปิดตัวในปี 1953 สำหรับการผลิตนาฬิกาแล้ว Submariner แสดงให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญทางประวัติศาสตร์ จุดเด่นที่นักสะสมต้องห้ามพลาดนั้นคือ OSCILLATOR แฮร์สปริง Parachrom สีฟ้าต้านสนามแม่เหล็ก ตัวดูดซับแรงกระแทก Paraflex สมรรถนะสูง , ตัวเรือนตรงกลาง Monobloc, ด้านหลังตัวเรือนและเม็ดมะยมที่ยึดด้วยสกรู WINDING CROWN ระบบกันน้ำ Triplock สามชั้นแบบยึดด้วยสกรู สามารถกันน้ำได้ถึง 300 เมตร

  • Submariner Date Ceramic “Hulk” 
    มีหน้าปัดที่โดดเด่น มีพร้อมความเรียบหรู ขอบหน้าปัดแบบหมุนได้ของ Submariner ถือเป็นฟังก์ชันหลักของนาฬิกา โดยขอบหน้าปัดจะได้รับการสลักขั้นบอกเวลา 60 นาที เพื่อช่วยให้นักดำน้ำสามารถควบคุมเวลาดำน้ำและหยุดปรับแรงดันได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ผลิตโดย Rolex ด้วยเซรามิกที่แข็งแรงทนทานต่อรอยขีดข่วน ขอบหน้าปัด
  • มีหน้าปัดที่โดดเด่น มีพร้อมความเรียบหรู ขอบหน้าปัดแบบหมุนได้ของ Submariner ถือเป็นฟังก์ชันหลักของนาฬิกา โดยขอบหน้าปัดจะได้รับการสลักขั้นบอกเวลา 60 นาที เพื่อช่วยให้นักดำน้ำสามารถควบคุมเวลาดำน้ำและหยุดปรับแรงดันได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ผลิตโดย Rolex ด้วยเซรามิกที่แข็งแรงทนทานต่อรอยขีดข่วน ขอบหน้าปัด
  • การออกแบบหน้าปัดสีดำ ดึงดูดความโดดเด่น Chromalight เป็นนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มการมองเห็นในสภาพแวดล้อมอันมืดมิด ที่ถูกออกแบบมาเพื่อหนักดำน้ำ ซึ่งจะช่วยให้ทำการอ่านเวลาได้ทันที ในขณะที่ดำน้ำอยู่
  • จุดที่สำคัญของการผลิตคงหนีไม่ผล Oystersteel ที่เป็นส่วนหนึ่งของสแตนเลสสตีล 904L ขึ้นเป็นพิเศษ คืออัลลอยที่มีการนำมาใช้งานอย่างกว้างขวางในเทคโนโลยีชั้นสูง รวมถึงอุตสาหกรรมอวกาศ และอุตสาหกรรมเคมี ที่ความทนทานสูงนั้นมีความจำเป็นมากที่สุด

Richard Mille RM11-03 Titanium

Richard Mille RM 11-03 Automatic

นาฬิกาที่ทุกคนใฝ่ฝัน ตัวเรือนนาฬิกาได้ใช้ความสวยงามของเซรามิก ผสมผสานกับคาร์บอน และเพิ่มความแข็งแรงทนทานด้วยไทเทเนียม 
มีจุดเด่นแค่ที่ Richard Mille RM11-03 Titanium

Richard Mille RM11-03 Titanium

Richard Mille ไม่มีใครไม่รู้จักแบรดน์นาฬิกาหรูที่มือหนึ่งเตะราคาไปสูงถึง 1x,xxx,xxx บาท เป็นอีกหนึ่งความใฝ่ฝันของเหล่าสาวกนาฬิกาที่ต้องมีไว้เก็บสะสมเพราะในอนาคตรับรองได้เลยว่า ราคาพุ่งไปแรงกว่านี้แน่นอน นาฬิกา Richard Mille แบรนด์นาฬิกาสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความแพงระดับท๊อปสุดยอดของโลก ผลิตภายใต้คอนเซ๊ปความแรงของรถแข่ง Formula 1 โดยคัดเลือกใช้วัสดุพิเศษ เพื่อวัตถุประสงค์ในการมอบเรือนเวลาที่มีน้ำหนักเบา ความสวยงามของเซรามิก ผสมผสานกับคาร์บอน และเพิ่มความแข็งแรงทนทานด้วยไทเทเนียม RM 11-03 เป็นนาฬิกาคุณภาพสูง มีการใช้วัสดุเกรดคุณภาพมาพัฒนาเป็นนาฬิกา ไม่ต่างจากรถ McLaren ที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพ นวัตกรรม และยังมีจุดเด่นด้านความสวยงาม ดึงดูดตาในเวลาเดียวกัน

  • RM 11-03 ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ RMAC3 ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี ค.ศ. 2016 การเคลื่อนไหวอัตโนมัติแบบ Skeletonised พร้อมชั่วโมง นาที วินาที โครโนกราฟฟลายแบ็ค ซึ่งเป็นผลงานของ Ricard Mille และ McLaren Automotive เป็นวิสัยทัศน์ร่วมกันของ Rob Melville ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบของ McLaren และวิศวกร Richard Mille Fabrice Namura เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2016
  • หากพูดถึงแรงบันดาลใจออกแบบ RM 11-03 จากรถยนต์ของ McLaren ในอดีต เน้นความเกร่ง ฮึด ความสปอร์ตความรถของรถแข่ง ตัวเรือนทำจาก Carbon TPT ผสานกับ Orange Quartz TPT® (TPT ย่อมาจาก Thin Ply Technology) ซึ่งเป็นวิธีการวางชั้นคาร์บอนไฟเบอร์ที่ Richard Mille เปิดตัวครั้งแรกในปี ค.ศ. 2013 เลเยอร์ที่เข้มกว่าคือคาร์บอนไฟเบอร์ ในขณะที่ชั้นสีส้มจากแมกมา คือเส้นใยซิลิกา แข็งแกร่งด้วยไททาเนียมเกรด 5 เคลือบ PVD ส่งผลให้ตัวเรือนทนทานและน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ รวมถึงมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่รุนแรง

ทาง thehorologymovement เป็นตัวแทนจัดจำหน่าย นาฬิกา Richard Mille มือสอง ทุกเรือนได้ผ่านการตราจสอบยืนยันทางเอกสารว่าเป็นสินค้าแท้ มีประกันทุกเรือน พร้อมกันส่งหรือนัดรับได้ในทุกพื้นที่ใกล้เคียง เราการันตีลูกค้าในมือกว่า 300 รายที่มั่นใจ เลือกซื้อนาฬิกาหรูมือสองกับเรา

Patek Philippe Nautilus 5980r

Patek Philippe Nautilus 5980r ทาง horologymovement เราคือผู้เชียวชาญด้านนาฬิกาหรู ทุกแบรด์นดัง เราบริการรับซื้อ-ขายออกนาฬิกาหรูมือสอง

Patek Philippe Nautilus 5980r 

ผ่านมากว่า 40 ปี ของนาฬิกาPatek Philippe ยังคงยอดฮิตอของเหล่านักสะสมนาฬิกา ที่แนวคิดริเริ่มการทำดีไซน์นาฬิกามาจากเจ้าเรือดำน้ำติดอาวุธตอปิโดเรือนนี้ ตั้งแต่วันที่มันถือกำเนิด จนถึงวันที่ Nautilus ยืนเป็นหนึ่งของนาฬิกาที่ทรงอิทธิพลที่สุดเรือนหนึ่งของโลก Patek Philippe เริ่มต้นกำหนิดในยุคของเรอแนซ็องส์ (Renaissance) หรือ ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการของวงการนาฬิกา เพราะนวัตกรรมมากมายกำเนิดและพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด นาฬิกาไอคอนอย่าง Rolex Submariner, Daytona ที่ถูกจัดว่าเป็นยุดปรับปรุงให้กันน้ำลึกมากขึ้น ความเที่ยงตรงของนาฬิกาจักรกลมีขีดจำกัด ต่อมาในปี 1970 Patek Philippe Nautilus รุ่นแรกก้าวลงสู่สนามและสร้างแรงกระเพื่อมไปทั่วทั้งวงการ จนได้รับกระแสตอบรับแบบเกินคาดอีกด้วย

  • รุ่นPatek Philippe Nautilus ได้ถูกออกแบบโดย Gérald Genta ชาวสวิสผู้ออกแบบนาฬิกาให้หลากหลายแบรนด์จนหลาย ๆ เรือนกลายมาเป็นไอค่อนสำคัญแห่งโลกนาฬิกา ที่ได้ทำการเปิดตัว Nautilus ในปี 1976 ด้วยกลยุทธ์การตลาดที่กล้าพอตัว เพราะคำโฆษณาของ Nautilus คือ “One of the world’s costliest watches is made of Steel” หรือ “หนึ่งในนาฬิกาที่แพงที่สุดในโลกที่ทำจากเหล็กกล้าไร้สนิม
  • Nautilus มาจากชื่อ เรือดำน้ำของกัปตัน Nemo จากนวนิยายชื่อดัง “ใต้ทะเลสองหมื่นโยชน์” (Twenty Thousand Leagues Under the Sea) ของฌูล แวร์น (Jules Verne) หนำซ้ำรูปทรงยังได้แรงบันดาลใจมาจากช่องหน้าต่างเรือสำราญข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกอีกด้วย

สำหรับรุ่น 5980 นั้นได้เริ่มออกมาเผยแผ่ในปี 200ุ6 เป็นครั้งแรกที่มีฟังก์ชั่นบอกวันที่ และ Flyback Chronograph ทุกเรือนเปิดฝาหลังโชว์ความประณีตของการขัดแต่งเครื่องด้วยช่างฝีมือระดับ Geneva Seal Hallmark กว่า 40 ปีที่ผ่านมากระแสนิยมของ Nautilus ไม่มีลดลงแม้แต่น้อย แถมยัง เพิ่มมูลค่าทั้งทางเศรษฐกิจและคุณค่าทางจิตใจให้กับผู้ครอบครองเป็นอันดับ 1 ของโลกตลอดมา

ทาง thehorologymovement เป็นตัวแทนจัดจำหน่าย นาฬิกา Richard Mille มือสอง ทุกเรือนได้ผ่านการตราจสอบยืนยันทางเอกสารว่าเป็นสินค้าแท้ มีประกันทุกเรือน พร้อมกันส่งหรือนัดรับได้ในทุกพื้นที่ใกล้เคียง เราการันตีลูกค้าในมือกว่า 300 รายที่มั่นใจ เลือกซื้อนาฬิกาหรูมือสองกับเรา

Audemars Piguet Royal Oak Perpetual Calendar Full rose gold Gen 3

Audemars Piguet Royal Oak Perpetual Calendar Full rose gold Gen 3

เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดหนึ่งในตัวtop ของตระกูล Royal Oak แล้วเป็นตัวหายากน่าเก็บน่าสะสมตอนนี้ราคาสมเหตุสมผลหน้าช้อนซื้อที่สุด ”Buy the dip” 

Audemars Piguet Royal Oak Perpetual Calendar  Full rose gold Gen 3 

นาฬิการอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ ไดเวอร์ รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น มาพร้อมกลไกอัตโนมัติแบบล่าสุดของโอเดอมาร์ ปิเกต์ พร้อมการแสดงวินาทีและการแสดงวันที่แบบ Instant-Jump คาลิเบอร์ 4308 ถูกติดตั้งพร้อมกลไกที่ช่วยมอบเสถียรภาพและความแม่นยำเมื่อปรับฟังก์ชันของนาฬิกา

สเกลเวลาการดำน้ำที่แสดงอยู่บนวงแหวนด้านในที่สามารถหมุนได้ของหน้าปัดสามารถเปิดใช้งานด้วยกลไกการคลิกแบบทิศทางเดียวที่ถูกติดตั้งให้เชื่อมกับเม็ดมะยมตรงที่ตำแหน่ง 10 นาฬิกา ฝาหลังแซฟไฟร์เผยให้เห็นเทคนิคการตกแต่งสุดประณีตของคาลิเบอร์ 4308 ไม่ว่าจะเป็นลาย โกตส์ เดอ เฌอแนฟ (Côtes de Genève) เทคนิคเทรตส์ ทิเรส์ (Traits tires) เทคนิคเซอร์คิวลาร์ เกรนิง (Circular Graining) รวมไปถึงกลไกการทำงานของ Oscillating Weight ที่รังสรรค์จากพิ้งค์โกลด์ 22 กะรัตรมดำ ที่ถูกติดตั้งในเรือนเวลารุ่นนี้

 

  • เป็นรุ่นอีก1 ยอดฮิตในช่วงของปี 2005 ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ที่ได้รับอิทธิพลมาจาก Leo Messi ได้รับ Royal Oak ในการฉลองชื่อลีกแรกของสโมสรฟุตบอลสเปนของเขา ทำให้เกิดแระแสยอดนิยมกันอย่างแพร่หลาย รอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ ไดเวอร์รุ่นนี้ ถูกออกแบบมาให้ตอบรับกับการสำรวจใต้น้ำในความลึกสูงสุดที่ 300 เมตร และยังเหมาะกับกิจกรรมผจญภัยบนบกอื่นๆ พร้อมความสามารถในการกักเก็บพลังงานนานถึง 60 ชั่วโมง
  • ปัจจุบัน Royal Oak ถือเป็นนาฬิกาที่โดดเด่นของ Audemars Piguet ด้วยรูปร่างที่โดดเด่นทำให้นาฬิกามีค่าและการจดจำที่โดดเด่นoyal Oak ยังนำเสนอรุ่นที่มาพร้อมกับความซับซ้อนและฟังก์ชั่นเสริม นี่คือโมเดลที่โดดเด่นที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวันครบรอบ 40 ปีของ Royal Oak ในปี 2012

Audemars Piguet Royal Oak offshore 43mm 26420so smoked brown dial

Audemars Piguet Royal Oak offshore 43mm 26420so smoked brown dial

วัสดุ Steel ขอบ bezel และปุ่ม ceramic ขนาด 43mmหน้าปัดสี Smoked light brown แล้วมีลาย Méga Tapisserie ที่ออกแบบใหม่

Audemars Piguet Royal Oak offshore 43mm 26420so smoked brown dial 

เหล่าสาวกนักสะสมนาฬิกาต้องไม่มีใครไม่รู้จัก Audemars Piguet หรือที่เรียกกันอย่างย่อว่า AP แบรนด์นาฬิกาหรูยอดนิยมอันดับต้นๆของโลก ที่มีประวัติการผลิตยาวนานมากกว่า 146 ปี การสร้างสรรค์ที่มีความซับซ้อนจนกลายเป็นเอกลักษณ์ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความประณีตและความงดงามจากฝีมือช่างประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูง รวมทั้งมีคอลเลกชันอันโดดเด่นอย่าง Royal Oak ที่ทั่วโลกให้ความสนใจและเป็นที่ต้องการของนักสะสมอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปสักเท่าไรก็ยังคงยอดฮตไม่เปลี่ยนแปล วันนี้ทาง thehorologymovement พามารู้จักความหรูหราแบบไม่คาดฝัน

  • Audemars Piguet ได้เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1875 ได้เริ่มสั่งสมประสบการณ์และชื่อเสียงอย่างก้าวกระโดด โดยที่ Jules Audemars สามารถออกแบบและผลิตกลไกฟังก์ชันชั้นสูงสำหรับ Pocket Watch โดยทางแบรนด์สามารถผลิตกลไกที่มีฟังก์ชัน Minute Repeater หรือที่รู้จักกันในชื่อ ระบบกลไกตีบอกเวลาด้วยเสียง ที่ใช้กับนาฬิกาข้อมือได้เป็นครั้งแรกของโลก
  • เห็นแบบนี้ Audemars Piguet ก็เคยมีช่วงที่เกือบต้องปิดตัวลง วิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ในช่วงยุค 30s ก็ยังมีความมุ่งมั่นตั้งใจ พัฒนานาฬิกาไม่เสื่อมคลาย ในส่วนของรุ่น Royal Oak เรือนนี้เป็นสไตล์ Sport Luxury ที่แตกต่างจากรุปแบบ Ap มาก่อน โดดเด่นด้วยกรอบหน้าปัดทรงแปดเหลี่ยม หน้าปัดสีน้ำเงินลายตาราง Petite Tapisserie มีตัวน็อตทรงหกเหลี่ยมทำจากทองประดับอยู่ทุกมุมบนกรอบหน้าปัด ซึ่งในภายหลังกองทัพเรืออังกฤษก็ได้นำมาตั้งเป็นชื่อเรือรบ “HMS Royal Oak” และ AP ก็ได้นำชื่อ Royal Oak นี้มาตั้งเป็นชื่อนาฬิกาสุดฮิตอย่างที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน
  • AP ผลิตและวางขายนาฬิกา Royal Oak จำนวน 1,000 เรือนแรก ใช้เวลาขายเกือบ 3 ปีเต็ม หลังจากนั้นไม่นาน นักสะสมก็เริ่มให้ความสนใจ Royal Oak เพิ่มขึ้น ทำให้นาฬิการุ่นนี้ประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมนาฬิกาอย่างล้นหลาม