Showing all 3 results

Rolex Daytona Ceramic black dial

Rolex Daytona Ceramic black dial

Rolex คงหนีไม่พ้น การพัฒนา Oystersteel ที่เป็นส่วนหนึ่งของสแตนเลสสตีล 904L ขึ้นเป็นพิเศษ คืออัลลอยที่มีการนำมาใช้งานอย่างกว้างขวางในเทคโนโลยีชั้นสูง รวมถึงอุตสาหกรรมอวกาศ

Rolex Daytona Ceramic black dial

Rolex Daytona เปิดตัวในปี 1963 นับเป็นไอคอนของเทคโนโลยีการผลิตนาฬิกามาอย่างช้านาน ทั้งหมดนี้เป็นผลพวงจากชื่อรุ่นที่มาพร้อมกับภาพลักษณ์ของสนามความเร็วชื่อดัง และหน้าปัดกราฟิกอันเป็นเอกลักษณ์ แต่กระนั้น หัวใจสำคัญของโครโนกราฟชั้นเลิศนี้มาจากกลไกการทำงานที่ขับเคลื่อนนาฬิกาไปข้างหน้า กลไกการทำงานนี้ออกแบบและพัฒนาขึ้นโดย Rolex ที่ผลิตขึ้นมา ความโดดเด่นคงไม่พ้นOSCILLATOR
แฮร์สปริง Parachrom สีฟ้าต้านสนามแม่เหล็ก ตัวดูดซับแรงกระแทก Paraflex สมรรถนะสูง พร้อมประสิทธิภาพด้านพลังงานสูงสุด อีกด้วย 

  • หน้าปัด แบบหมุนได้ของ Submariner ถือเป็นฟังก์ชันหลักของนาฬิกา โดยขอบหน้าปัดจะได้รับการสลักขั้นบอกเวลา 60 นาที เพื่อช่วยให้นักดำน้ำสามารถควบคุมเวลาดำน้ำและหยุดปรับแรงดันได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ผลิตโดย Rolex ด้วยเซรามิกที่แข็งแรงทนทานต่อรอยขีดข่วน ไม่ว่าจะอยู่สภาพแวดล้อมแบบไหน หรือมือมิดเพียงใดที่สามารถมองผ่านช่วงเวลาได้อย่างสบาย
  • หน้าปัดสีดำการแสดงผล Chromalight เป็นนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มการมองเห็นในสภาพแวดล้อมอันมืดมิด ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญสำหรับนักดำน้ำ มาพร้อมเข็มแสดงชั่วโมงในรูปทรงที่เรียบง่าย
  • จุดเด่นนของ Rolex คงหนีไม่พ้น การพัฒนา Oystersteel ที่เป็นส่วนหนึ่งของสแตนเลสสตีล 904L ขึ้นเป็นพิเศษ คืออัลลอยที่มีการนำมาใช้งานอย่างกว้างขวางในเทคโนโลยีชั้นสูง รวมถึงอุตสาหกรรมอวกาศ และอุตสาหกรรมเคมี ที่ความทนทานสูงนั้นมีความจำเป็นมากที่สุด

ทาง thehorologymovement เป็นตัวแทนจัดจำหน่าย นาฬิกา Rolex มือสอง ทุกเรือนได้ผ่านการตราจสอบยืนยันทางเอกสารว่าเป็นสินค้าแท้ มีประกันทุกเรือน พร้อมกันส่งหรือนัดรับได้ในทุกพื้นที่ใกล้เคียง เราการันตีลูกค้าในมือกว่า 300 รายที่มั่นใจ เลือกซื้อนาฬิกาหรูมือสองกับเรา

Rolex Submariner Date Ceramic “Hulk”

Rolex Submariner Date Ceramic “Hulk”

Submariner เป็นหนึ่งในตัว ยอดนิยมแล้วมีความต้องการสูงที่สุดของตลาดนาฬิกาทั้งหมด Hulk กลายเป็นตำนาน หลังจากที่ได้เลิกผลิตไปแล้ว

Rolex Submariner Date Ceramic “Hulk”

ROLEX SUBMARINER เป็นนาฬิกาที่ตอบโจทย์ของนักดำน้ำ โดดเด่นด้วยขอบหน้าปัดแบบหมุนได้และสายนาฬิกา Oyster ข้อต่อแข็ง นาฬิกา Submariner และ Submariner Date รุ่นล่าสุดยังคงความงดงามของรุ่นดั้งเดิมที่เปิดตัวในปี 1953 สำหรับการผลิตนาฬิกาแล้ว Submariner แสดงให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญทางประวัติศาสตร์ จุดเด่นที่นักสะสมต้องห้ามพลาดนั้นคือ OSCILLATOR แฮร์สปริง Parachrom สีฟ้าต้านสนามแม่เหล็ก ตัวดูดซับแรงกระแทก Paraflex สมรรถนะสูง , ตัวเรือนตรงกลาง Monobloc, ด้านหลังตัวเรือนและเม็ดมะยมที่ยึดด้วยสกรู WINDING CROWN ระบบกันน้ำ Triplock สามชั้นแบบยึดด้วยสกรู สามารถกันน้ำได้ถึง 300 เมตร

  • Submariner Date Ceramic “Hulk” 
    มีหน้าปัดที่โดดเด่น มีพร้อมความเรียบหรู ขอบหน้าปัดแบบหมุนได้ของ Submariner ถือเป็นฟังก์ชันหลักของนาฬิกา โดยขอบหน้าปัดจะได้รับการสลักขั้นบอกเวลา 60 นาที เพื่อช่วยให้นักดำน้ำสามารถควบคุมเวลาดำน้ำและหยุดปรับแรงดันได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ผลิตโดย Rolex ด้วยเซรามิกที่แข็งแรงทนทานต่อรอยขีดข่วน ขอบหน้าปัด
  • มีหน้าปัดที่โดดเด่น มีพร้อมความเรียบหรู ขอบหน้าปัดแบบหมุนได้ของ Submariner ถือเป็นฟังก์ชันหลักของนาฬิกา โดยขอบหน้าปัดจะได้รับการสลักขั้นบอกเวลา 60 นาที เพื่อช่วยให้นักดำน้ำสามารถควบคุมเวลาดำน้ำและหยุดปรับแรงดันได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ผลิตโดย Rolex ด้วยเซรามิกที่แข็งแรงทนทานต่อรอยขีดข่วน ขอบหน้าปัด
  • การออกแบบหน้าปัดสีดำ ดึงดูดความโดดเด่น Chromalight เป็นนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มการมองเห็นในสภาพแวดล้อมอันมืดมิด ที่ถูกออกแบบมาเพื่อหนักดำน้ำ ซึ่งจะช่วยให้ทำการอ่านเวลาได้ทันที ในขณะที่ดำน้ำอยู่
  • จุดที่สำคัญของการผลิตคงหนีไม่ผล Oystersteel ที่เป็นส่วนหนึ่งของสแตนเลสสตีล 904L ขึ้นเป็นพิเศษ คืออัลลอยที่มีการนำมาใช้งานอย่างกว้างขวางในเทคโนโลยีชั้นสูง รวมถึงอุตสาหกรรมอวกาศ และอุตสาหกรรมเคมี ที่ความทนทานสูงนั้นมีความจำเป็นมากที่สุด

Audemars Piguet Royal Oak offshore 43mm 26420so smoked brown dial

Audemars Piguet Royal Oak offshore 43mm 26420so smoked brown dial

วัสดุ Steel ขอบ bezel และปุ่ม ceramic ขนาด 43mmหน้าปัดสี Smoked light brown แล้วมีลาย Méga Tapisserie ที่ออกแบบใหม่

Audemars Piguet Royal Oak offshore 43mm 26420so smoked brown dial 

เหล่าสาวกนักสะสมนาฬิกาต้องไม่มีใครไม่รู้จัก Audemars Piguet หรือที่เรียกกันอย่างย่อว่า AP แบรนด์นาฬิกาหรูยอดนิยมอันดับต้นๆของโลก ที่มีประวัติการผลิตยาวนานมากกว่า 146 ปี การสร้างสรรค์ที่มีความซับซ้อนจนกลายเป็นเอกลักษณ์ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความประณีตและความงดงามจากฝีมือช่างประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูง รวมทั้งมีคอลเลกชันอันโดดเด่นอย่าง Royal Oak ที่ทั่วโลกให้ความสนใจและเป็นที่ต้องการของนักสะสมอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปสักเท่าไรก็ยังคงยอดฮตไม่เปลี่ยนแปล วันนี้ทาง thehorologymovement พามารู้จักความหรูหราแบบไม่คาดฝัน

  • Audemars Piguet ได้เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1875 ได้เริ่มสั่งสมประสบการณ์และชื่อเสียงอย่างก้าวกระโดด โดยที่ Jules Audemars สามารถออกแบบและผลิตกลไกฟังก์ชันชั้นสูงสำหรับ Pocket Watch โดยทางแบรนด์สามารถผลิตกลไกที่มีฟังก์ชัน Minute Repeater หรือที่รู้จักกันในชื่อ ระบบกลไกตีบอกเวลาด้วยเสียง ที่ใช้กับนาฬิกาข้อมือได้เป็นครั้งแรกของโลก
  • เห็นแบบนี้ Audemars Piguet ก็เคยมีช่วงที่เกือบต้องปิดตัวลง วิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ในช่วงยุค 30s ก็ยังมีความมุ่งมั่นตั้งใจ พัฒนานาฬิกาไม่เสื่อมคลาย ในส่วนของรุ่น Royal Oak เรือนนี้เป็นสไตล์ Sport Luxury ที่แตกต่างจากรุปแบบ Ap มาก่อน โดดเด่นด้วยกรอบหน้าปัดทรงแปดเหลี่ยม หน้าปัดสีน้ำเงินลายตาราง Petite Tapisserie มีตัวน็อตทรงหกเหลี่ยมทำจากทองประดับอยู่ทุกมุมบนกรอบหน้าปัด ซึ่งในภายหลังกองทัพเรืออังกฤษก็ได้นำมาตั้งเป็นชื่อเรือรบ “HMS Royal Oak” และ AP ก็ได้นำชื่อ Royal Oak นี้มาตั้งเป็นชื่อนาฬิกาสุดฮิตอย่างที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน
  • AP ผลิตและวางขายนาฬิกา Royal Oak จำนวน 1,000 เรือนแรก ใช้เวลาขายเกือบ 3 ปีเต็ม หลังจากนั้นไม่นาน นักสะสมก็เริ่มให้ความสนใจ Royal Oak เพิ่มขึ้น ทำให้นาฬิการุ่นนี้ประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมนาฬิกาอย่างล้นหลาม